[hr]

[quote]“หากเจ้าสร้างคน 12 คน และช่วยให้เขามีลักษณะชีวิตอย่างพระเยซูคริสต์ซึ่งสิ่งนี้มีอยู่ในตัวเจ้าแล้ว พวกเขาแต่ละคนจะสามารถทำเช่นเดียวกันกับคนอีก 12 คน แต่ละคนใน 12 คนนั้น สามารถสร้างคนได้อีก 12 คน และร่วมใจ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เช่นนี้ เจ้าและคริสตจักรของเจ้าจะมีประสบการณ์การเจริญเติบโตอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน”[/quote]

ทำไมจึงเป็น 12 คน? ทำไมไม่เป็น 13? ทำไมพระองค์ไม่ได้ให้ความสำคัญมากนักกับการช่วยเหลือมวลชน? ทำไมพระองค์ทรงใช้เวลาและความพยายามของพระองค์เพื่อสร้างคนเพียง 12 คน? มีความลับอะไรซ่อนอยู่ในเลข 12?

 

[button color=”silver”] โมเดล G12 ดำรงอยู่ในพระทัยพระเจ้าเสมอ [/button]

พระเจ้าทรงกำหนดให้มีเวลาเกิดขึ้น วิธีการที่ดีที่สุดในการบริหารเวลาที่กำหนดไว้ได้แก่การบริหารผ่านคน 12 คน ตั้งแต่การทรงสร้าง พระเจ้าทรงสร้างให้มี 12 เดือนเพื่อจัดระบบสิ่งต่างๆ ภายใน 1 ปี และแต่ละวันก็ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนละ 12 ชั่วโมง ในพระคัมภีร์ ตัวเลขแต่ละตัวก็มีความหมายสำคัญอย่างเจาะจง

 

[box type=”tick” style=”rounded” border=”full”]

เลข 1 การเริ่มต้น

เลข 2 ทีม/การทำงานร่วมกัน

เลข 3 ตรีเอกานุภาพ

เลข 4 สิ่งที่เกี่ยวข้องกับโลก (เช่น ทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก)

เลข 5 งานรับใช้ 5 ด้าน และ 5 ทวีป

เลข 6 มนุษย์ (การสร้างมนุษย์ในวันที่ 6)

เลข 7 ความสมบูรณ์

เลข 8 พระคุณ สิ่งที่ยิ่งกว่าความสมบูรณ์

เลข 9 ของประทานและการเต็มล้นด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ (ผลพระวิญญาณ)

เลข 10 การไถ่

เลข 11 ความรู้ใหม่ (เฉลยธรรมบัญญัติ 1:2)

เลข 12 การปกครอง

[/box]

 

พระเจ้าทรงเลือกคนอิสราเอลและสถาปนาการปกครองของระบบ 12 ผ่าน 12 เผ่า พระเจ้าทรงเลือกคริสตจักรของพระองค์และตัดสินพระทัยที่จะบริหารจัดการผ่านอัครทูต 12 คน เลข 12 จึงเป็นเลขของการปกครอง

 

[button color=”silver”]โมเดล 12 ใช้ในการบริหารจัดการ[/button]

กษัตริย์ซาโลมอนได้เลือกข้าหลวง (ผู้ปกครอง)12 คน ซึ่งจะจัดสรรเสบียงสำหรับพระองค์และราชสำนัก แต่ละคนรับผิดชอบดูแลแต่ละเดือนใน 1 ปี “ซาโลมอนทรงมีข้าหลวงสิบสองคนอยู่เหนืออิสราเอลทั้งปวง เป็นผู้จัดหาเสบียงอาหารสำหรับพระราชา และสำหรับพระราชสำนัก ข้าหลวงคนหนึ่งจัดหาเสบียงอาหารสำหรับเดือนหนึ่งในหนึ่งปี” (1พงศ์กษัตริย์ 4:7)

 

[button color=”silver”]โมเดล 12 ใช้ในการฟื้นฟูบูรณะ[/button]

ประชาชนอิสราเอลล้มลงในยุคแห่งการหันไปนับถือพระอื่นและการไหว้รูปเคารพ เอลียาห์ได้ท้าทายผู้เผยพระวจนะของพระบาอัลเพื่อให้สำแดงฤทธิ์อำนาจของพระของพวกเขาต่อหน้าประชาชน พระเจ้าที่ตอบคำอธิษฐานด้วยไฟนั้นแหละคือพระเจ้าเที่ยงแท้ กระบวนการของการรื้อฟื้นแท่นบูชาก็ได้เริ่มต้นขึ้น “เอลียาห์นำศิลาสิบสองก้อนมาตามจำนวนเผ่าของบุตรชายของยาโคบ…และท่านได้สร้างแท่นบูชาด้วยศิลาในพระนามของพระเจ้า…” (1พงศ์กษัตริย์ 18:31, 32)

ไฟของพระเจ้าได้ลงมายังเครื่องบูชาที่เอลียาห์ได้เตรียมไว้และประชาชนอิสราเอลก็หันกลับมาหาพระเจ้า โมเดล 12 ได้เตรียมการสำหรับคุรในการรื้อฟื้นแท่นบูชาของพระเจ้าด้วยเช่นกัน

แท่นบูชาของพระเจ้าทั่วโลกอยู่ในสภาพอย่างเดียวกันดังที่อยู่ในยุคของเอลียาห์ คือมันถูกพังทำลายลง จำเป็นที่มนุษย์ทั้งหลายทั้งผู้ชายและผู้หญิงจะต้องเต็มเปี่ยมด้วยความมุ่งมาดปรารถนาที่มาจากพระเจ้าและยินดีทุ่มเทเสียสละในการทำงานกับคนที่พระเยซูคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์และหลังพระโลหิตออกเพื่อเขา ทุกวันนี้ คนจำนวนมากรู้สึกท้อถอยและถอดใจกับเรื่องราวคำพยานชีวิตของผู้นำทางศาสนาหลายคน ความท้อถอยใจนี้ได้ทำลายแท่นบูชาของพระเจ้าและปล่อยให้แท่นบูชานั้นถูกทิ้งในสภาพปรักหักพัง

 

[button color=”silver”]โมเดล 12 ได้ถูกนำมาใช้เพื่อการคืนดี[/button]

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่พระธรรมเล่มสุดท้ายในพระคัมภีร์ใหม่ได้จบลงด้วยคำอธิบายเกี่ยวกับพันธกิจหรืองานรับใช้ของเอลียาห์ซึ่งกล่าวว่า: “ดูเถิด เราจะส่งเอลียาห์ผู้เผยพระวจนะ มายังเจ้าก่อนวันแห่งพระเจ้า คือวันที่ใหญ่ยิ่งและน่าสะพรึงกลัวมาถึง และท่านผู้นั้นจะกระทำให้จิตใจของพ่อหันไปหาลูก และจิตใจของลูกหันไปหาพ่อ หาไม่ เราจะมาโจมตีแผ่นดินนั้นด้วยคำสาปแช่ง” (มาลาคี 4:5-6)

 

ผมเชื่อมั่นว่านั่นคือเวลานี้ ในยุคสุดท้ายที่เรากำลังดำเนินชีวิตอยู่นี้แหละที่พระเจ้ากำลังเทการเจิมของเอลียาห์ คือเป็นเหมือนเสื้อคลุมของเอลียาห์ที่ปกคลุ่มทั่วทั้งโลก การเจิมของเอลียาห์จะมายังผู้นำคริสเตียนหลายๆ คนในโลกและทำให้พวกเขานำการคืนดีมาสู่ครอบครัวเป็นเรื่องหลัก พระเจ้าทรงปรารถนาให้ผู้นำแต่ละคนเป็นตัวแทนของพระหัตถ์พระองค์ในการนำสันติสุขมายังครอบครัวมากมายที่กำลังจะพังลงเพราะการขาดหรือสูญเสียการตระหนักในคุณค่าของครอบครัวในฝ่ายจิตวิญญาณไป

 

[button color=”silver”]โมเดล 12 ในการสร้างชนชาติอิสราเอล[/button]

พระเจ้าทรงสำแดงพระองค์เองแก่โมเสสว่าทรงเป็นพระเจ้าของอับราฮัม อิสอัคและยาโคบ ชีวิตของอับราฮัมเป็นแบบอย่างแห่งความเชื่อ อิสอัคเป็นแบบอย่างในเรื่องความทุ่มเท และยาโคบเป็นแบบอย่างในเรื่องการปกครอง พระสัญญาที่พระเจ้าทรงประทานแก่อับราฮัมได้สำเร็จลงเมื่อการปกครองแบบโมเดล 12 ได้ถูกสถาปนาขึ้นผ่านบุตรชาย 12 คนของยาโคบ “แต่พระเจ้าตรัสกับอับราฮัมว่า “อย่ากลุ้มใจเพราะเรื่องเด็กนั้น และทาสหญิงของเจ้า ซาราห์ขออะไรก็จงยอมตามที่นางขอเถิด เพราะชื่อของเจ้าจะสืบต่อไปทางเชื้อสายอิสอัค” (ปฐมกาล 21:12)

 

[button color=”silver”]ตัวอย่างของพระเยซูคริสต์[/button]

พระเยซูคริสต์ทรงใช้เวลาส่วนใหญ่ของพระองค์ในการสร้างสาวก 12 คน พระองค์ทรงมีการติดต่อที่จำกัดกับฝูงชนที่ติดตามพระองค์และไม่ได้ทรงใช้เวลามากนักในการสอนหรือสร้างพวกเขา เมื่อพระเยซูทรงอยู่กับประชาชน พระองค์ทรงดูแลจัดสรรตามความต้องการของเขา ทรงรักษาโรค ปลดปล่อยพวกเขาจากพันธนาการ และปรนนิบัติคนเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม พระองค์ไม่ได้ใช้เวลาในการพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงลักษณะนิสัยของพวกเขา เป็นการง่ายกว่าที่จะสร้างชีวิตสาวก 12 คน แทนที่จะสร้างคนทุกคนที่ได้ยิน “คำเทศนาบนภูเขา” ของพระองค์

ประเด็นที่พระเยซูทรงให้ความสำคัญได้แก่การจัดการและนำแบบแผนความคิดและรูปแบบชีวิตแบบศาสนา (การเน้นการปฏิบัติตามธรรมบัญญัติ) ออกไปจากชีวิตของเหล่าสาวก และทรงถ่ายทอดและสร้างลักษณะชีวิตของพระองค์ลงในชีวิตของคน 12 คน

พระเยซูคริสต์ไม่เคยทำสิ่งที่เป็นตามธรรมเนียมหรือแบบแผนที่เคยยึดถือกันมา พระองค์ไม่ได้หาโรงเรียนหรือสถาบันศาสนศาสตร์ให้แก่เหล่าสาวก พระองค์ทรงสอนเขาผ่านการอธิษฐาน

เหตุผลในการที่คุณจะเลือกคน 12 คนมาสร้างชีวิตจะต้องไม่เป็นเพราะความสงสาร เพราะเขามีเฉลียวฉลาด หรือมีทักษะการพูดที่ดียอดเยี่ยม หรือมีความสามารถในฝ่ายธรรมชาติ หรือพรสวรรค์ เหตุผลหลักที่คุณจะเลือกคน 12 คนมาสร้างชีวิตได้แก่การที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเป็นพยานต่อวิญญาณจิตของคุณและสำแดงให้คุณเห็นว่าคนคนนั้นมีจิตใจที่สัตย์ซื่อ ในทำนองเดียวกันกับที่ประติมากร (ช่างปั้น) ได้ทำให้ก้อนดินเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา พระเยซูคริสต์ทรงนำคน 12 คนมาไว้ในพระหัตถ์พระองค์และเริ่มที่จะสร้างลักษณะชีวิตของคนเหล่านั้น พระเยซูทรงใช้เวลา 3 ปีครึ่งในการสอน การชำระความคิด และการแบ่งปันในสิ่งซึ่งเป็นสัจจะนิรันดร์เพื่อเตรียมชีวิตของพวกเขาให้เรียนรู้ที่จะพึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์อย่างเต็มที่และดำเนินชีวิตตามแบบที่พระองค์ทรงเป็น สาวก 12 คนของพระเยซูคริสต์เป็นส่วนหนึ่งของรากฐานความเชื่อคริสเตียน ตัวอย่างที่ดีที่สุดในการเป็นศิษยาภิบาลที่เกิดผลคือการทำในสิ่งที่พระเยซูทรงกระทำต่อชีวิตของสาวกเหล่านี้ พระองค์ทรงนำเขากลับมาคืนดีกับพระเจ้าผ่านการอธิษฐาน ทรงทำให้ความเชื่อของเขาเข้มแข็ง ทรงสร้างและฝึกชีวิตของเขา และส่งเขาออกไปรับใช้

 

[button color=”silver”]โมเดล 12 เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์[/button]

เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการพบปะกันในกลุ่มย่อยในแต่ละสัปดาห์ซึ่งเป็นการใช้เวลาอย่างเจาะจงในการสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแรงระหว่างกัน เมื่อคุณใช้เวลาในการพบกัน คุณควรต้องไวต่อพระวิญญาณบริสุทธิ์และวางสิ่งต่างๆ ลงเพื่อเปิดโอกาสให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เข้ามามีส่วนในการทำให้ทีมเข้มแข็งขึ้นและให้พระองค์ทรงสัมผัส เยียวยารักษาพวกเขา พระเยซูทรงมีความสัมพันธ์ที่เสมอต้นเสมอปลายและยั่งยืนต่อสาวก 12 คนของพระองค์ซึ่งสิ่งนี้ทำให้พระองค์สามารถสังเกตสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นในกลุ่มได้ การมีความสัมพันธ์ที่เสมอต้นเสมอปลาย…

กับสาวกที่คุณกำลังสร้างชีวิตเขาขึ้นจะทำให้คุณรู้จักพวกเขาเป็นการส่วนตัวและสามารถดูแลพวกเขาได้อย่างต่อเนื่อง โดยปกติ ทุกคนควรเข้าไปสู่ขั้นตอนของการเยียวยารักษาภายในและการปลดปล่อยจากพันธนาการของวิญญาณศาสนา รวมทั้งหักโซ่ตรวนการครอบงำของวิญญาณชั่วด้วย ผู้ที่ไม่ได้รับการแตะต้องเยียวยาก็จะไม่สามารถแตะต้องเยียวยาผู้อื่นได้เช่นกัน

 

Leave a Reply

Your email address will not be published.