10/04/2017

บทเรียนกลุ่มเซลล์: คริสเตียน 10 มินา

บทเรียนกลุ่มเซลล์: คริสเตียน 10 มินา

คริสเตียน 10 มินา

“ขณะที่ประชาชนกำลังฟังสิ่งเหล่านี้ พระองค์ก็ตรัสอุปมาเรื่องหนึ่งให้พวกเขาฟังต่อไปอีก เพราะพระองค์กำลังเสด็จมาใกล้กรุงเยรูซาเล็ม และเพราะเหตุที่พวกเขาคิดว่าแผ่นดินของพระเจ้ากำลังจะปรากฏในไม่ช้านี้ พระองค์ตรัสว่า “มีเจ้านายองค์หนึ่งกำลังจะเดินทางไปเมืองไกลเพื่อรับอำนาจมาครองแผ่นดิน แล้วจะกลับมาอีก ท่านจึงเรียกทาสของท่านสิบคนมา มอบเงินไว้กับพวกเขาสิบมินา แล้วสั่งว่า ‘จงเอาไปค้าขายจนกว่าเราจะกลับมา’ แต่ชาวเมืองเกลียดชังท่านผู้นั้น จึงส่งทูตตามหลังไปเพื่อทูลว่า ‘เราไม่ต้องการให้ท่านผู้นี้มาปกครอง’ เมื่อท่านได้รับอำนาจครองแผ่นดินกลับมาแล้ว ท่านจึงเรียกพวกทาสที่ท่านให้เงินไว้นั้นมา เพื่อจะดูว่าพวกเขาค้าขายได้กำไรเท่าไหร่

คนแรกมาบอกว่า ‘ท่านเจ้าข้า เงินหนึ่งมินาของท่านได้กำไรมาอีกสิบมินา’ ท่านจึงพูดกับเขาว่า ‘ดีมาก เจ้าเป็นทาสที่ดี เพราะเจ้าซื่อสัตย์ในของเล็กน้อย เจ้าจงมีอำนาจครอบครองสิบเมืองเถิด’ คนที่สองมาบอกว่า ‘ท่านเจ้าข้า เงินหนึ่งมินาของท่านได้กำไรมาอีกห้ามินา’ ท่านจึงพูดกับเขาเหมือนกันว่า ‘เจ้าจงครอบครองห้าเมืองเถิด’ อีกคนหนึ่งมาบอกว่า ‘ท่านเจ้าข้า นี่เงินหนึ่งมินาของท่าน ข้าพเจ้าเอามันห่อผ้าเก็บไว้ เพราะข้าพเจ้ากลัวท่าน เนื่องจากท่านเป็นคนเข้มงวด ท่านเก็บผลที่ท่านไม่ได้ลงแรง และเกี่ยวสิ่งที่ท่านไม่ได้หว่าน’

ท่านจึงตอบเขาว่า ‘ไอ้ขี้ข้าชั่วช้า เราจะพิพากษาเจ้าด้วยคำพูดของเจ้าเอง เจ้าก็รู้ไม่ใช่หรือว่าเราเป็นคนเข้มงวด เก็บผลที่เราไม่ได้ลงแรงและเกี่ยวสิ่งที่เราไม่ได้หว่าน? แล้วทำไมเจ้าถึงไม่ฝากเงินของเราไว้ในธนาคาร? เมื่อเรามาจะได้รับเงินของเราพร้อมกับดอกเบี้ยด้วย’ แล้วท่านสั่งคนที่ยืนอยู่ที่นั่นว่า ‘จงเอาเงินหนึ่งมินาจากเขาไปให้กับคนที่มีสิบมินา’ แล้วพวกเขาพูดว่า ‘ท่านเจ้าข้า เขามีสิบมินาแล้ว’ ‘เราบอกพวกเจ้าว่า ทุกคนที่มีอยู่แล้วจะได้รับเพิ่มอีก แต่คนที่ไม่มี แม้แต่สิ่งที่เขามีอยู่นั้นก็จะต้องเอาไปจากเขา ส่วนพวกศัตรูของเราที่ไม่ต้องการให้เราปกครองพวกเขานั้น จงพาเขามาที่นี่ แล้วฆ่าเสียต่อหน้าเรา’ ”” (ลูกา 19:11-27)

“ขณะคนทั้งหลายกำลังฟังอยู่ พระองค์ตรัสคำอุปมาต่อไป เนื่องจากพระองค์เสด็จมาใกล้กรุงเยรูซาเล็มแล้ว และผู้คนคิดว่าอาณาจักรของพระเจ้าจะปรากฏทันที” (ลูกา19:11)

 

1. ทรง______________ให้เราทำกิจจนกว่าพระองค์จะเสด็จกลับมา

12พระองค์ตรัสว่า “ชายคนหนึ่งในราชตระกูล (พระเยซู) ไปแดนไกลเพื่อรับการแต่งตั้งให้เป็นกษัตริย์ แล้วจะกลับมา (การเสด็จกลับมาครั้งที่สอง) 13เขาจึงเรียกคนรับใช้สิบคนมามอบเงินให้คนละหนึ่งมินา และสั่งว่า ‘จงนำเงินนี้ไปประกอบกิจการจนกว่าเราจะกลับมา’” (ลูกา 19:12-13)

“ตามซึ่งทุกคนได้รับของประทานที่ทรงให้แล้ว ก็ให้ใช้ของประทานนั้นเพื่อประโยชน์แก่กันและกัน เป็นผู้รับมอบฉันทะที่ดี ที่แจกและสำแดงพระคุณนานาประการของพระเจ้า” (1 เปโตร 4:10)

 

2.ทรงถือว่าถ้าไม่ต้องการทวีคูณก็เหมือนกำลังเข้าส่วนกับคนที่___________พระองค์และการปกครองของพระองค์

 “14“แต่คนในปกครองของเขาเกลียดชังเขา พวกเขาจึงส่งทูตตามหลังเขาไปแจ้งว่า ‘เราไม่ต้องการให้ชายผู้นี้มาเป็นกษัตริย์ปกครองเรา’” (ลูกา 19:14)

 “พระองค์ได้เสด็จมายังบ้านเมืองของพระองค์ และชาวเมืองของพระองค์ไม่ได้ต้อนรับพระองค์” (ยอห์น 1:11)

 

3. ทรง______________การเกิดผลของผู้รับใช้แต่ละคน

“อย่างไรก็ตามเขาผู้นี้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกษัตริย์และได้กลับมาบ้าน (พระเยซู) แล้วเขาให้ไปตามคนรับใช้ที่เขามอบเงินให้นั้นมาพบ เพื่อดูว่าพวกเขาทำกำไรมาได้เท่าใด” (ลูกา 19:15)

 “เหตุว่าเมื่อบุตรมนุษย์จะเสด็จมาด้วยพระสิริแห่งพระบิดา และพร้อมด้วยทูตสวรรค์ของพระองค์ เมื่อนั้นจะประทานบำเหน็จให้ทุกคนตามการกระทำของตน” (ลูกา 16:27)

 “ฉะนั้นเราทุกคนจะต้องทูลเรื่องราวของตัวเองต่อพระเจ้า” (ลูกา 14:12)

 

 “การรายงานตัวเรื่องการเกิดผลของคุณ” (Accountability for Your Productivity)

ก. คนรับใช้_______มินา – การเกิดผลและบำเหน็จของเขา

 “16“คนแรกมาทูลว่า ‘ข้าแต่ฝ่าพระบาท เงินหนึ่งมินาของพระองค์ได้กำไรมาอีกสิบมินา’17“เจ้านายตรัสว่า ‘ดีมาก คนรับใช้ที่ดีของเรา! เพราะเจ้าซื่อสัตย์ ไว้ใจได้ในสิ่งเล็กน้อย จงดูแลสิบเมืองเถิด’” (ลูกา 19:16-17)

ข. คนรับใช้_______มินา–การเกิดผลและบำเหน็จของเขา

 “18“คนที่สองมาทูลว่า ‘ข้าแต่ฝ่าพระบาท เงินหนึ่งมินาของพระองค์ได้กำไรมาอีกห้ามินา’ 19“เจ้านายตรัสตอบว่า ‘ให้เจ้าดูแลห้าเมือง’” (ลูกา 19:18-19)

ค. คนรับใช้_______มินา – การเกิดผลและบำเหน็จของเขา

 “20“จากนั้นคนรับใช้อีกคนมาทูลว่า ‘ข้าแต่ฝ่าพระบาท นี่คือเงินหนึ่งมินาของพระองค์ ข้าพระบาทได้เอาผ้าห่อเก็บไว้” (ลูกา 19:20)

 “21ข้าพระบาทกลัวฝ่าพระบาท เพราะฝ่าพระบาทเป็นคนไร้ความปรานี ยึดเอาสิ่งที่ไม่ได้ให้ไว้ และเก็บเกี่ยวสิ่งที่ไม่ได้หว่าน” (ลูกา 19:21)

 “22“เจ้านายตรัสตอบว่า ‘เจ้าคนรับใช้ชั่วช้า! เราจะตัดสินโทษเจ้าจากคำพูดของเจ้าเอง เจ้ารู้ใช่ไหมว่าเราเป็นคนไร้ความปรานี ยึดเอาสิ่งที่ไม่ได้ให้ไว้และเก็บเกี่ยวสิ่งที่ไม่ได้หว่าน?” (ลูกา 19:22)

 “23ก็แล้วทำไมไม่นำเงินไปฝากไว้ เพื่อว่าเมื่อเรากลับมาจะได้รับเงินคืนพร้อมดอกเบี้ย?’” (ลูกา 19:23)

 

4. ทรง______________ว่า “จงใช้ให้ทวี ถ้าไม่ใช้แล้วจะหมด”

 “24“แล้วเขาก็สั่งคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ว่า ‘จงเอาเงินมินานั้นไปจากเขาและมอบให้แก่คนที่มีสิบมินา’25“พวกเขาทูลว่า ‘ข้าแต่ฝ่าพระบาท คนนั้นมีอยู่ตั้งสิบมินาแล้ว!’26“เขาตอบว่า ‘เราบอกพวกเจ้าว่า ทุกคนที่มีจะได้รับมากขึ้น ส่วนผู้ที่ไม่มี แม้ที่เขามีอยู่ก็จะถูกยึดไป” (ลูกา 19:24-26)

 “สำหรับเหล่าศัตรูที่ไม่ต้องการให้เราเป็นกษัตริย์ปกครองพวกเขานั้น จงนำตัวมาที่นี่และฆ่าต่อหน้าเรา” (ลูกา 19:27)

 

จงอุทิศตัวเป็นผู้รับใช้สิบมินา (The commitments of the TEN Mina Servants)

  1. ประเมินระดับการเกิดผลส่วนตัวปัจจุบันของตน
  2. ตระหนักว่าเป็นความรับผิดชอบของฉันอย่างเต็มเปี่ยมที่จะทวีคูณมินาที่มีอยู่
  3. ปรับโฟกัสมาจดจ่อที่การบรรลุผลลัพธ์นิรันดร์
  4. ละห่างจากวิถีชีวิตบาปและไร้ประโยชน์
  5. เพ่ิมความพยายามเป็นสองเท่าเพื่อกลายเป็นผู้รับใช้ที่เกิดผลสิบมินา

คำถามเพื่ออภิปราย

  1. แม้ว่าความรอดไม่ใช่ได้มาด้วยการกระทำแต่เป็นของประทานที่พระเจ้าทรงให้เปล่าๆ แต่คุณได้รับบทเรียนอะไรเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างกิจนิรันดร์ (eternal works) และบำเหน็จที่พระเยซูจะทรงประทานให้ในโลกหน้าแก่คนที่บังเกิดใหม่?
  2. ถ้าวันนี้คุณต้องยืนอยู่ต่อหน้าพระพักตร์พระเยซูเพื่อรายงานตัวต่อพระองค์ คุณคิดว่าคุณจะจัดอยู่ในคริสเตียนประเภทใด? (10, 5, หรือ 1 มินา) เพราะเหตุใด?
  3. อะไรคือสิ่งที่คุณจะเปลี่ยนในชีวิตและการรับใช้แต่ละวันเพื่อคุณจะได้ยินพระองค์ตรัสว่า “ดีมาก”?
  4. อธิษฐานเผื่อซึ่งกันและกัน และอธิษฐานขอวิธี “ปรับโฟกัสชีวิตให้จดจ่อที่การบรรลุผลลัพธ์นิรันดร์” และกลายเป็นผู้รับใช้สิบมินาเพื่อพระเยซู

 


อ้างอิง: คำเทศนาวันอาทิตย์ คริสเตียน 10 มินา

Published on October 4, 2017

บทเรียนกลุ่มเซลล์ หัวข้อ: คริสเตียน 10 มินา
วันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม 2017

โดย ศจ.ดร.อานุภาพ วิชิตนันทน์
ศิษยาภิบาลอาวุโส คริสตจักรเสรีภาพกรุงเทพ

Leave a Reply

Your email address will not be published.